พระบรมสารีริกธาตุกับคุณทองดี


•ชีวิตของ คุณทองดี หรรษคุณารมณ์ ประธานมูลนิธิพระบรมธาตุ ในพระสังฆราชูปถัมป์ เริ่มต้นเป็นนักธุรกิจธรรมดา สร้างอาคารพาณิชย์ทั่วไป สมัยนั้นไม่เคยศึกษาเรื่องธรรมะเลย ย้อนไปเมื่อ ๓๐ ปีก่อน มีคนนำเทปธรรมะมาให้ก็ไม่สนใจ วางกองเอาเก็บไว้ในรถ เนื่องจากไม่มีเวลาฟัง ทุกวันจะต้องออกไปตรวจงานมากมาย
•มีอยู่วันหนึ่ง ขึ้นรถตั้งใจจะฟังเพลงของเติ้ง ลี่ จิน เป็นนักร้องที่ชอบมาก บังเอิญหยิบเทปผิด เป็นเทปธรรมะขึ้นมาฟัง พอได้ฟังธรรมะท่านสอนดีมาก ทำให้เปลี่ยนความคิดเป็นความศรัทธาขึ้นมาทันที
ประมาณ ปี ๒๕๒๐ ชวนภรรยาไปทัวร์ประเทศอินเดีย-เนปาล ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า โดยไปกราบสังเวชนียสถาน ๔ ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา แลtปรินิพพาน


•นายทองดี วัย ๗๕ ปี เล่าว่า ระหว่างเดินทางไปตามสถานที่ที่มี พระธาตุ จะได้ยินเสียงคล้ายคลื่นวิทยุอยู่ในหูตลอดเวลา ความรู้สึกคิดว่า ด้านในเจดีย์ต้องมีพระธาตุ แต่ไม่มั่นใจว่า สิ่งที่รู้นั้นเป็นพระธาตุจริงหรือไม่ เพราะไม่เคยรู้มาก่อน จากการศึกษาพบว่า พระธาตุต่างๆ เหล่านี้ จมดินจมทรายหมด

•สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ได้อัญเชิญพระธาตุออกมาบรรจุสร้างเจดีย์ ๘๔,๐๐๐ องค์ ในอินเดีย ซึ่งพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ได้แบ่งพระธาตุออกเป็น ๑๖ กอง ให้อาณาจักรต่างๆ ไปบูชา เสร็จแล้วพระเจ้ากัสสปะเห็นพระธาตุเหล่านี้จะสูญ เลยให้พระเจ้าอาชาติศัตรูสร้างเจดีย์ เพื่ออัญเชิญพระธาตุกลับมาประดิษฐานที่เก่า หลังจากนั้นเมื่อพระเจ้าอโศกขึ้นครองราชย์ ก็อัญเชิญพระธาตุเหล่านี้ออกมาสร้างเจดีย์ทั่วประเทศอินเดีย


•วันหนึ่ง ขับรถแวะกินข้าวที่กำแพงเพชร เลยเข้าไปดูเจดีย์ช้างล้อม ปรากฏว่า สภาพเจดีย์มีความทรุดโทรมอย่างมาก ทั้งๆ ที่ศาสนาพุทธในเมืองไทยถือว่ารุ่งเรือง แต่เจดีย์ช้างล้อมอายุประมาณ ๗๐๐ ปี กลับไม่มีการบูรณะ จังหวะยืนมอง ได้ก้มลงกราบพร้อมกล่าวว่า “พระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ ที่อยู่ในที่ไม่อันควรทั้งหลาย ขอให้ไปอยู่ที่บ้านลูก ลูกจะอัญเชิญไปประดิษฐานยังที่อันควรให้เอง ลูกจะทำงานชิ้นนี้


•ในตอนอธิษฐานมีความตั้งมั่นมาก พอเดินทางถึงเชียงใหม่นอนแล้วฝันว่า พระธาตุมาที่บ้านเยอะมาก ภรรยาก็เลยบอกว่า คุณคิดมาก จึงฝันไปไม่ใช่เรื่องจริง แม้จะเป็นเพียงความฝัน แต่กลับรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ฝันนั้นต้องเป็นเรื่องจริง
•เมื่อกลับถึงบ้านที่คลองสาน ไปซื้อโถและเจดีย์มาวางบนผ้าปูขาวตั้งบูชาอยู่เป็นแรมเดือน ไม่มีวี่แววว่า พระบรมธาตุเสด็จมา กระทั่งวันวิสาขบูชามาถึง ได้ชวนกันไปถือศีลกินเจ นั่งสมาธิ คุยกับภรรยา ถ้าวันนี้เราตายไปยมบาลถามว่า ทองดีมีศีล ๕ กี่วัน เชื่อไหมว่า เกิดมาจนเข้าวัยกลางคนแล้ว คงไม่กล้าที่จะตอบยมบาลเป็นแน่แล้ว เพราะจะให้ตอบอย่างไรว่า เคยถือศีล ๕ กี่วัน ตรงนี้จึงตัดสินใจต้องถือศีล ๕ ให้เคร่งสักวันหนึ่ง พรุ่งนี้ตายไปยมบาลถามเรา ถึงจะกล้าตอบได้มีศีล ๕ มาแล้ว ๑ วัน “ผมคิดว่าอานิสงส์ของการถือศีล ๕ สำคัญ

•คืนต่อมาประมาณห้าทุ่ม นั่งสมาธิได้ยินเสียงพระสวดมนต์ แว่วๆ มา คิดว่าคงเป็นวัดหนึ่งวัดใดมีงานบุญ คงมีพระเป็นพันรูปสวดมนต์ รุ่งเช้าได้มาเปลี่ยนน้ำที่ถวายพระ ปรากฏว่าที่โถแก้ว และเจดีย์ที่บูชาพบว่า มีพระบรมธาตุเสด็จมาเต็มโถ ผมดีใจยิ่งกว่าได้อะไรเสียอีก ผมเลยคิดได้ว่า จริงๆการที่ท่านไม่เสด็จเพราะว่าผมยังไม่มีศีล พระธาตุจะเสด็จมาให้เห็นได้ บุคคลผู้นั้นต้องถือศีลพอสมควร” เขาเล่าถึงพระบรมธาตุเสด็จมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
•ประธาน มูลนิธิพระบรมธาตุ กล่าวต่อว่า จากนั้นพระบรมธาตุก็เสด็จมาทุกวัน โดยไปซื้อโถแก้วและเจดีย์มาเพิ่มเรื่อยๆ แต่ด้วยความอยากรู้ว่า อันไหนเป็นพระบรมธาตุ หรือพระอรหันตธาตุ ตกกลางคืนเลยนั่งสมาธิ ภรรยาเห็นทันทีว่า พระสงฆ์มา ๓ รูป องค์กลางคือพระพุทธเจ้า องค์ขวาคือพระสารีบุตร องค์ซ้ายคือพระโมคคัลลาน์ ท่านรับสั่งว่า ต่อไปนี้ในแต่ละวันให้เอาพระธาตุหนึ่งโถมาตั้งบูชา เจ้าของพระธาตุจะมาบอกเองว่า ชื่ออะไร พระธาตุนี้ของใคร
•ต่อมามีโอกาสเข้ากราบสักการะ สมเด็จพระญาณสังวร (ตอนนั้นยังไม่ได้สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช) ได้กราบนมัสการถึงประวัติของพระธาตุองค์ต่างๆ พร้อมทั้งบอกท่านว่า พระธาตุเหล่านี้ได้เสด็จมาที่บ้าน  เจ้าประคุณสมเด็จมีความสนใจมาก จึงได้เดินทางมาดูพระธาตุที่บ้าน จึงได้ปรึกษากับท่านว่า อยากจะนำพระธาตุเหล่านี้ไปบรรจุในเจดีย์ หลังจากนั้น เจ้าประคุณสมเด็จจึงได้อัญเชิญพระธาตุเหล่านี้ไปประทานให้ผู้ศรัทธาอัญเชิญ ไปบรรจุตามเจดีย์ต่างๆ กว่า ๒๐ ปี บรรจุพระบรมธาตุไปแล้ว ๒๒๘ เจดีย์ พระพุทธรูปกว่า ๕๐๐ องค์ ทั่วประเทศ
“ผมคิดว่า คนที่บูชาพระบรมธาตุแล้วตายไป ถ้าไม่ได้ทำบาปคงไปสวรรค์ แต่ถ้าบูชาพระธาตุแล้วจะทำให้ร่ำรวยนั้น เป็นไปไม่ได้ อาจมีนิดหนึ่งก็ได้ ถ้าเราทำความดี คนเราจะร่ำรวยได้ต้องขยันทำมาหากิน คนที่ร่ำรวย เพราะบุญเก่าสร้างมาดี บุญใหม่สร้างต่อด้วยการขยันหมั่นเพียร ประหยัด อดออมก็จะรวยขึ้น ส่วนพระเครื่องที่แขวน เป็นพระที่แกะสลักจากแก้ว แขวนพระก็เพื่อให้มีสติ ทำกรรมดีละเว้นความชั่ว” นายทองดี กล่าวทิ้งท้าย

เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง / ภาพ นัทพล ทิพย์วาทีอมร
ที่มา http://www.oknation.net/blog/print.php?id=183546

เผยแพร่ on พฤษภาคม 24, 2010 at 4:55 am  ให้ความเห็น  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: